8 SHOTเด็ด in W8


ใกล้สิ้นสุดการรอคอยแล้ว สำหรับการพลิกโฉมหน้าการใช้งานคอมพิวเตอร์ส่วนบุคคลที่ใช้ระบบปฏิบัติการ (Operating System) ของค่ายไมโครซอฟท์ อย่าง ‘วินโดวส์ 8’ เวอร์ชันที่ร่ำลือว่า ไมโครซอฟท์ทุ่มเทคโนโลยีใหม่ๆ ที่ตุนเอาไว้ในห้องแล็ปมาไว้ในเวอร์ชันนี้แบบเต็มที่ทีมงานไซเบอร์บิซได้มีโอกาสคุยกับวิศวกรที่เป็นหนึ่งในทีมพัฒนาวินโดว์ส 8 จากเรดมอนด์ สหรัฐอเมริกา ที่สำนักงานของไมโครซอฟท์ สิงคโปร์ ในเวลาประมาณ 1 ชั่วโมง ถึงไม่มากแต่ก็พอจะได้ข้อมูลฉบับย่อๆ มาเล่าสู่กันฟัง สำหรับผู้ที่ยังไม่ได้มีโอกาสทดลองใช้งานด้วยตนเอง แต่สำหรับสาวกตัวพ่อคงจะได้ลองดาวน์โหลด วินโดวส์ 8 คอนซูเมอร์ พรีวิว (Windows 8 Consumer Preview) ไปทดลองใช้งานกันแล้วช่วงต้นปีที่ผ่านมา
       
เรื่องแรกเลยที่ทีมวิศวกรไมโครซอฟท์เริ่มต้นกับการแนะนำวินโดวส์ 8 ก็คือ

1. ระบบรักษาความปลอดภัยใหม่ ที่เรียกว่า Touch Gestures ที่จะต้องใส่รหัสผ่าน (พาสเวิร์ด) ด้วยการลากลูกศรบนรูปภาพที่ปรากฏบนจอภาพให้ถูกต้อง 3 ตำแหน่งก่อนที่จะเข้าไปใช้งาน แทนที่จะใช้วิธีการใส่พาสเวิร์ดที่เป็นตัวเลขหรือตัวอักษรเหมือนเช่นเคย วิธีนี้ถือว่าแปลกและเก๋ไก๋ดี เพราะผู้ใช้สามารถเซตรูปแบบการใส่รหัสผ่าน ไม่ว่าจะเป็นการวาดเป็นเส้นตรง วงกลม หรือจุดบนตำแหน่งภาพที่ตั้งค่าไว้เพื่อเริ่มลงชื่อใช้งานเชื่อว่าน่าจะช่วยลดปัญหาลืมรหัสผ่าน รวมถึงยังช่วยทำให้คาดเดารหัสผ่านของบุคคลอื่นที่เข้ามาดูข้อมูลผ่านในเครื่องคอมพิวเตอร์ได้อีกทางหนึ่งด้วย

2. หน้าจอที่เปลี่ยนไป ไมโครซอฟท์เรียกว่า เมโทร สไตล์ (Metro Style) มีหน้าตาเหมือนกับระบบปฏิบัติการวินโดว์สโฟนบนสมาร์ทโฟนของค่ายโนเกีย บนจอภาพดังกล่าวจะเป็นที่ติดตั้งแอปฯต่างๆ มีทั้งแอปฯที่อยู่ในตัวระบบปฏิบัติการเอง และแอปฯที่ดาวน์โหลดมาใช้งานที่สามารถรองรับได้เป็นร้อยแอปฯไม่ว่าจะเป็นแอปฯ พยากรณ์อากาศ แอปฯถ่ายภาพ แอปฯโซเชียลมีเดียอย่างเฟสบุ๊ก ฟิกเกอร์ โดยผู้ใช้สามารถที่จะปรับเปลี่ยน เคลื่อนย้ายแอปฯได้สะดวกมากเพียงแค่แตะหรือเลือกแอปฯที่ต้องการย้ายแล้วลากไปวางในตำแหน่งที่ต้องการได้เลย สามารถเคลื่อนกลับไปกลับมาได้อย่างรวดเร็วและง่าย ในกรณีที่มีแอปฯอยู่จำนวนมาก สามารถที่จะซูมออกมาเพื่อให้เห็นแอปฯในมุมไกล เพื่อใช้ค้นหาหรือเคลื่อนย้ายแอปฯที่ต้องการได้ง่ายมากๆ
      
3. มีโหมดการใช้งานให้เลือก 2 โหมด โหมดแรกเป็นแบบทัชสกรีน ที่ทำงานบน แท็บเล็ตหรือจอภาพโน้ตบุ๊กรุ่นที่เป็นจอทัชสกรีน แต่ถ้าไม่มีจอทัชสกรีนที่ว่านี้ สามารถสั่งงานผ่านทางทัชแพดบนโน้ตบุ๊ก แต่ไม่ขอยืนยันว่าจะใช้ได้กับทัชแพดรุ่นเก่าหรือเปล่า แต่ถ้าเป็นโน้ตบุ๊กรุ่นใหม่ๆ ที่ใช้ซีพียูของอินเทลที่เป็นไอวีบริดจ์ หรือคอร์ไอ เจนเนอเรชัน 3 เชื่อว่าน่าจะสบายใจได้ว่า ใช้งานได้ โดยหันมาสั่งงานผ่านทัชแพดแทนเหมือนกับที่ใช้บนจอทัชสกรีนทุกประการ ไม่ว่าจะเป็นการเปลี่ยนหน้าจอ เคลื่อนย้ายแอปฯไหลลื่นเหมือนกันทุกประการ
    
4. หมดยุคไอคอนแบบเดิมๆ ไมโครซอฟท์ได้นำเสนอยูสเซอร์อินเตอร์เฟซ (User Interface) แนวใหม่ ที่ผู้ใช้สามารถย่อหรือขยายไอคอนแอปฯที่มีลักษณะเป็นแผ่นสี่เหลี่ยมที่เรียกว่า Tile ที่ตนเองต้องการได้ โดยสามารถเห็นภาพหรือข้อมูลที่เปลี่ยนไปภายในแอปฯอย่างแอปฯรูปภาพ หรือแอปฯอย่างเฟสบุ๊กที่มีการปรับปรุงข้อมูลให้ทันทีที่มีข้อมูลใหม่ถูกส่งเข้ามา

5. สำรองข้อมูลผ่านคลาวด์ ถึงแม้ว่า ประเด็นนี้ถึงแม้ว่าจะไม่ได้เป็นเรื่องใหม่สำหรับคนใช้งานบนสมาร์ทโฟน หรือวินโดว์ส 7 อยู่แล้ว แต่สำหรับบนวินโดว์ส 8 รูปภาพสวยๆ ที่ถ่ายเอาไว้ ไฟล์เอกสารต่างๆ รวมถึงโปรไฟล์ต่างๆ ที่เดิมต้องพึ่งพิงแอปฯของผู้ให้บริการรายอื่นมีทั้งฟรีและไม่ฟรี อย่าง ดรอปบล็อก (Dropbox) แต่ครั้งนี้ ไมโครซอฟท์พร้อมแล้วที่จะผลักดันบริการคลาวด์เก็บข้อมูลของตนเองที่เรียกว่า สกายไดร์ฟ (SkyDrive) มาให้ใช้งานฟรีๆ เพียงแค่ลงทะเบียนเข้าใช้งานผ่านทางบัญชีข้อมูลวินโดว์ส ไลฟ์ ไอดี (Widows Live ID) เท่านั้น ซึ่งทำให้ผู้ที่ใช้วินโดว์ส 8 บนแท็บเล็ต แทนที่เก็บข้อมูลบนแท็บเล็ตที่มีพื้นที่เก็บข้อมูลไม่มาก เบาใจไปได้เลยเพราะสามารถทำสำรองข้อมูลเก็บไว้บนคลาวด์ที่ไมโครซอฟท์เตรียมให้ไว้ถึง 25 กิกะไบต์
       
6. ซื้อขายแอปฯผ่านวินโดว์ส สโตร์ (Windows Store) เปลี่ยนแปลงไปจากวินโดว์ส 7 ไม่ว่าจะเป็นกระบวนการซื้อขาย วิธีการติดตั้งและการทำงานของแอปฯทุกอย่างจะทำผ่านวินโดว์ส สโตร์เหมือนกับการซื้อขายแอปฯบนแท็บเล็ตและสมาร์ทโฟนบนระบบปฏิบัติการอื่น ผู้ใช้ไม่ต้องจำเป็นรู้เรื่องการติดต่อแอปฯเหมือนเวอร์ชันก่อนหน้านี้อีกต่อไป เป็นผลดีมากๆ ต่อผู้ใช้งานที่ไม่มีความรู้ แถมยังจะได้แอปฯที่มีความหลากหลายให้ใช้มากกว่าเดิมทั้งที่เป็นแอปฯที่พัฒนาโดยไมโครซอฟท์เองหรือจากนักพัฒนาซอฟต์แวร์รายอื่นการซื้อขายหรือดาว์นโหลดแอปฯฟรีจากวินโดว์ส สโตร์จะทำผ่านวินโดว์ส ไลฟ์ ไอดีทั้งหมด โดยไมโครซอฟท์ใจดียอมให้ติดตั้งแอปฯเหล่านี้ในคอมพิวเตอร์หรือแท็บเล็ตได้สูงสุดถึง 5 เครื่อง สำหรับผู้ใช้ที่คุ้นเคยรูปแบบการทำงานแบบวินโดว์ส 7 ที่มีทูลบาร์ มีไอคอนวางไว้บนหน้าจอ และต้องการแอปฯพลังสูง เหมือนวิศวกรที่สาธิตวินโดว์ส 8 จะรู้คำถาม ก็เลยสาธิตให้ดู โดยในวินโดว์ส 8 นั้นสามารถสลับหน้าจอจากเมโทรสไตล์มาเป็นยูสเซอร์อินเตอร์เฟซแบบเดิมๆ ที่คุ้นเคยได้อย่างง่ายดาย

7. เปลี่ยนวิธีการเข้าถึงแอปฯใหม่ โดยย้ายปุ่มเข้าใช้งานจากด้านล่างย้ายมาอยู่ด้านข้าง เวลาใช้งานก็แค่ลากนิ้วในกรณีที่ใช้บนจอทัชสกรีน หรือลากบนทัชแพด แต่ถ้าใช้งานบนคอมพิวเตอร์ตั้งโต๊ะก็ใช้เมาส์ ลากจากขอบจอภาพด้านขวามือเข้ามาตรงกลางก็จะปรากฏเมนูบาร์ขึ้นมา

ในส่วนการปิดและสลับการใช้งานแอปฯ ก็เปลี่ยนไป สามารถใช้งานได้ถึง 3 วิธีคือ

วิธีแรก เริ่มจากแตะหรือชี้เมาส์บริเวณมุมบนซ้ายมือก็จะปรากฏหน้าต่างแอปฯที่เปิดค้างไว้ ถ้ากดเมาส์ซ้ายลงไปพร้อมลากมาตรงกลางภาพและปล่อยคลิกเมาส์ซ้ายจะเป็นการเปิดแอปฯที่เปิดค้างไว้ ถ้าต้องการปิดแอปฯ ก็เพียงลากหน้าต่างแอปฯ ไปที่บริเวณด้านล่างจอเท่านั้น
วิธีที่สอง เริ่มจากมุมบนซ้ายเหมือนกัน ก็จะปรากฏหน้าต่างแอปฯที่เปิดค้างไว้ เลื่อนเมาส์หรือลากนิ้วชิดขอบจอซ้ายมือลงมาจะปรากฏแถบที่เรียกว่า มัลติทาสก์ (Multi Tasking ) แล้วก็จะปรากฏแอปฯต่างๆ ขึ้นมา การปิดก็แค่คลิกเมาส์ขวาและเลือกคำสั่ง Close บริเวณหน้าต่างแอปฯที่ต้องการปิด
วิธีที่สาม เคลื่อนเมาส์หรือนิ้วไปที่ด้านบนสุดของจอภาพจะเปลี่ยนเป็นรูปมือจากนั้นก็กดเมาส์ซ้ายค้างและเลื่อนหน้าต่างลงล่างสุดเพียงเท่านี้แอปฯ ที่ใช้งานอยู่ในปัจจุบันจะถูกปิดทันที ส่วนการที่ไมโครซอฟท์ใช้วิธีเริ่มต้นใช้งานวินโดว์ส 8 จากทางด้านขวามือนั้น ทำไมไม่เป็นการลากจากบนลงล่าง วิศกรของไมโครซอฟท์คนเดิมเล่าให้ฟังว่า เกิดจากการทำวิจัยถึงพฤติกรรมการใช้งานของคนเราจริงๆ ศึกษารูปแบบการใช้งานในอิริยาบทจนได้ข้อสรุปว่า ลากจากด้านขวามือมาทางซ้ายดีที่สุด

8. รูปแบบการค้นหา เข้าเว็บรวมถึงแชร์ข้อมูลเป็นอีกเรื่องหนึ่งที่เปลี่ยนไปค่อนข้างมาก ในวินโดว์ส 8 จะฝังเว็บบราวเซอร์ อินเทอร์เน็ต เอ็กพลอเลอร์ 10 (Internet Explorer) มาให้เรียบร้อย เพียงแค่ปัดนิ้วจากขอบด้านขวาของหน้าจอ แล้วแตะเมนูค้นหา (Search) หากใช้เมาส์ให้ชี้ไปที่มุมขวาบนของหน้าจอแล้วคลิกค้นหาก็จะปรากฎช่องให้กรอกคำหรือข้อความที่ต้องการค้นหาขึ้นมาทันที่ ไม่ต้องเสียเวลาเปิดแอปฯบราวเซอร์อีกต่อไป และสิ่งที่เปลี่ยนไปของเอ็กซ์พลอเลอร์อีกประการหนึ่งก็คือ ไม่จำเป็นต้อง Add On ปลั๊กอินอีกต่อไป เนื่องจากเวอร์ชันนี้สนับสนุนการเขียนเว็บไซต์ HTML 5

ความคิดเห็นบางส่วนจากผู้อ่ากระทู้

* ผมใช้คอมตั้งแต่เครื่อง 386SX33 ตั้งแต่สมัยยังเป็น MS-DOS อยู่เลย บางท่านอาจใช้ก่อนหน้าผมก็เป็นได้ผมทำงานด้านคอมพิวเตอร์ จบ Computer Science แต่ไม่ได้ทำงานเขียนโปรแกรมมากเท่าไหร่ หน้าที่ก็รับผิดชอบตั้งแต่ระดับปฏิบัติการเต็มตัวและตอนนี้ก็มาดูภาพกว้างขึ้น แต่ในระดับปฏิบัติการก็ยังต้องช่วยเค้าบ้าง ผมก็ใช้โปรแกรมได้เกือบทุกโปรแกรมบน Windows เท่าโปรแกรมที่มีชื่อเสียงเท่าที่ทุกท่านพอจะนึกออก จนล่าสุด W7 กำลังจะออก W8 ประสบการณ์ที่ผมเจอมาแล้วผมไม่ค่อยชอบบน Windows นะครับ คือเวลาลงเครื่องใหม่มันก็เร็วดีครับ แต่ใช้งานไปเรื่อยๆและมันจะอืดและช้าลงเรื่อยๆ รู้สึกได้ทุก Windows อีกเรื่องก็ตอนเปิดเครื่องซึ่งบางทีไอเดียมันเกิด บางทีจะโชว์งานตอนเข้าจะนำเสอนงาน เป็นความรู้สึกว่าในนาทีที่รอนั้นมันน้านนาน หงุดหงิดประจำ ให้เร็วก็หาพวกโปรแกรม Tweak, Clean Register, ปรับ Start up, จูน Virtual Mem สารพัดอ่ะ ทำไมต้องมานั่งทำให้ลำบากด้วยไม่รู้ น่าจะใช้ไปได้เรื่อยๆโดยไม่อืดว่ามั้ยครับเวลาปิดมีการอัพเดตประจำ คือแบบว่าจะรีบไป จะเก็บเครื่องกลับบ้านแล้วอ่ะครับ รีบๆอัพเร็วๆหน่อย จะไปแล้ว แบบนี้ประจำเคยใช้ MS Office แล้วอยู่โปรแกรมปิดไปเอง แล้วบอกว่า Error ดื้อๆเลยมั้ยครับ MS Windows กับ MS Office นะครับ เซ็งมาก ใช้งานปกติ ไม่ได้ใช้พิศดารอะไรเลยสามปีที่ผ่านมา ชั่งใจอยู่จะเปลี่ยนไปใช้ Mac ก็ OSX อย่างที่ทราบกัน กลัวๆเหมือนกันเพราะทำงานคอมครับ แล้วก็ไม่ได้รู้เรื่องอะไรของ Mac มาก่อน สุดท้ายก็เปลี่ยนครับ ทุกวันนี้ก็ทำงานได้ทุกอย่างบน OSX เป็นหลักนี่แหละครับ อะไรที่เคยทำได้บน Windows ตอนนี้ผมก็ทำได้บน Mac นอกจากโปรแกรมเฉพาะจริงๆ ผมลง Windows7 บน VMware เปิด Windows เฉพาะพวกโปรแกรมเหล่านั้นชีวิตก็มีความสุขกว่าเดิมอ่ะครับ มีหลายจุดที่มีเรื่องทำให้หงุดหงิดจากตอนใช้ Windows น้อยลงมาก ผมรู้สึกว่า OSX นอกจากมันจะใช้งานได้มีประสิทธิภาพแล้วมันยังมีความสุนทรีและใช้งานง่ายมากๆด้วย ซึ่งตรงนี้ผมเข้าใจคนส่วนใหญ่ที่ใช้ Windows คิดว่า OSX ปญอ. ทั้งๆที่ยังไม่ได้ลองใช้จริงจังเลยด้วยซ้ำอย่างที่บอกครับ ผมย้ายจาก Windows มาใช้ OSX ก็มาเรียนรู้ใหม่ แต่มันง่ายเหมือนไม่ได้เรียน เวลาผมเล่น Windows 95 มาเป็น 98 มาเป็น 2000 เป็น Me เป็น XP เป็น Vista เป็น 7 ผมเองก็รู้สึกว่าไม่ต้องเรียนเหมือนกันเพราะ เราใช้ Windows มันก็เห็นรูปร่าง โครงสร้างของ Windows มันค่อนข้างเหมือนเวอร์ชั่นก่อนหน้า แปลกตรงที่ OSX มันไม่เคยเห็นมาก่อนแต่ยังเรียนรู้ได้เหมือนไม่ต้องเรียนรู้คือมันสนุกเล่นไปเรื่อยๆเพลินดีวันก่อนลองลง W8 บน VMware ผมรู้สึกเหมือนตอนเปลี่ยนจาก Windows มาใช้ OSX คือ มันแปลกใหม่ เปลี่ยนจากเดิมไปเยอะ ผมว่า MS เริ่มคิดถึงความสุนทรีของการใช้งานของคนบ้างแล้ว น่าสนใจมาก แต่ส่วนตัวผมรู้สึก W8 ยังต้องใช้เวลาอีกซักพักกว่าจะนิ่ง ตอนนี้ยังดูขาดๆเกินๆ แต่เรื่องความลื่น เวลาเปิดปิด ทำได้ดีขึ้นแต่ต้องให้บั๊กมันน้อยๆหน่อยก็น่าใช้เองตั้งแต่ผมเล่นคอม มักจะมีการพูดล้อเล่นในหมู่เพื่อนๆและคนรอบตัวเสมอ แต่ผมยังไม่เคยได้ยินใครบอกเลยว่า “ระวังไปเล่นWindows แล้วเดี๋ยวก็จะไม่กลับมาเล่น Mac นะ” ผมได้ยินแต่ในทางตรงข้าม อย่างน้อยตัวอย่างเล็กๆ คือ มันเกิดขึ้นกับผมคนนึง ความเห็นส่วนตัว

* สาวกแม็คผู้จองหอง เห็นลงวินโดวส์ทุกตัว
    
* ใช้ทั้ง windows ใช้ทั้ง mac ใช้อะไรก็ได้ ขอให้งานออกมาแล้วกลายเป็นเงินเป็นทอง -*-
* น่าจะขายวินโดว8แถมโน้ตบุ๊คและหรือPCยี่ห้อไมโครซอฟท์ เอาอย่างแอปเปิ้ล จะได้แยกสาวกของใครของมัน

* เรื่องความจองหองและอวดดี ของสาวกแอปเปิ้ลนี่เห็นด้วยสุดๆ จำได้ดีเลยตอนที่ Instagram ลงแอนดรอยด์ สาวกหลายคนออกอาการรับไม่ได้

* ผมใช้ linux ubuntu ครับกับ software ทั่วไปรุ่นล่าสุด ปรับปรุง ให้ใช้งานง่ายขึ้นกว่าเดิม มากแล้ว free ด้วย
    
* 8088 ก็เคยใช้มาแล้ว แต่ปัจจุบัน os x เท่านั้น

* พวกแอนตี้ไม่มีจะกิน ออกมาเตะตัดขากันใหญ่

* แลกเปลี่ยนความคิดเห็นกันแบบนี้ดี
    
* คนไทยเราเองสร้างโอเอสไว้ใช้ได้เองก่อนเถอะค่อยมานั่งเถียงกันว่าฝรั่งคนไหนทำโอเอสได้เจ๋งกว่ากัน

ที่มา : ผู้จัดการ / CyberBiz