หน้าฝนอย่างนี้ อากาศอย่างนี้ ระวัง !!


หน้าฝนอย่างนี้…ดินชุ่มน้ำ ตามพื้นดินใต้โคนต้นไม้จะมีเห็ดป่า

ออกมาเป็นจำนวนมาก ซึ่งชาวบ้านนิยมไปเก็บมากิน เก็บมาขายกัน แต่ข้อสำคัญในการจะเก็บเห็ดมากินนั้น ไม่ว่าจะเป็นเห็ดชนิดใดก็ตาม จะต้องให้แน่ใจได้ก่อนว่าไม่ใช่เห็ดพิษ เพราะในช่วงฤดูฝนไปจนถึงฤดูหนาวนั้น เป็นช่วงที่มีเห็ดหลากหลายสายพันธุ์ขึ้นเองตามธรรมชาติ โดยเฉพาะในป่า ในไร่ หรือในสวน ซึ่งก็มีทั้งที่กินได้และไม่ได้ โดยเฉพาะเห็ดพิษบางชนิดก็มีสีสันสวยงามล่อตาล่อใจ บางชนิดก็มีหน้าตาคล้ายคลึงกับเห็ดที่ขายตามตลาดทั่วไป ซึ่งการจะพิสูจน์ได้ว่าเห็ดชนิดใดเป็นพิษหรือไม่ ต้องอาศัยการตรวจวิเคราะห์ทางห้องปฏิบัติการเท่านั้น


       ทั้งนี้นายแพทย์บุญชัย สมบูรณ์สุข อธิบดีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ได้ให้ความรู้ไว้ว่า การรับประทานอาหารที่ประกอบด้วยเห็ด ควรรับประทานแต่พอดี เพราะเห็ดเป็นอาหารที่ย่อยยาก อาจทำให้ผู้ที่มีระบบย่อยอาหารที่อ่อนแอเกิดอาการอาหารเป็นพิษ การปรุงอาหารต้องระวัง ต้องคัดเลือกเห็ดเน่าออก อย่าปรุงอาหารสุกๆดิบๆ หรือเห็ดดิบดอง เพราะเห็ดบางชนิดมีพิษน้อย แต่เมื่อรับประทานหลายครั้ง พิษเห็ดจะสะสมในปริมาณที่มากอาจเป็นอันตรายได้ ผู้ที่เป็นโรคภูมิแพ้เห็ดบางชนิด ควรหลีกเลี่ยงการรับประทาน นอกจากไม่รับประทานเห็ดพิษพร้อมกับการดื่มสุราเพราะจะเกิดพิษทันทีใน 48 ชั่วโมง หลังรับประทานเห็ด การดื่มสุราจะทำให้พิษกระจายได้อย่างรวดเร็วและรุนแรง ไม่เก็บเห็ดที่ขึ้นตามธรรมชาติ ที่มีลักษณะเป็นสีน้ำตาล มีหมวกเห็ดสีขาว มีปลอกหุ้มโคน มีวงแหวนใต้หมวก มีโคนอวบใหญ่ มีปุ่มปม ใต้หมวกของเห็ดบางชนิดมีรูปร่างคล้ายสมองหรืออานม้าแทนที่จะเป็นช่องๆ
       ด้านการปฐมพยาบาล หากรับประทานเห็ดพิษเข้าไป ขั้นแรกที่สำคัญคือ ทำให้ผู้ป่วยอาเจียนเอาเศษอาหารที่ตกค้างออกมาให้มากที่สุด ต่อมาช่วยดูดพิษ โดยใช้น้ำอุ่นผสมผงถ่านกัมมันต์ (activated charcoal) ดื่ม 2 แก้ว โดยดื่มแก้วแรกแล้วให้ล้วงคอให้อาเจียนแล้วดื่มแก้วที่สองและล้วงคอให้อาเจียนอีกครั้งหากอาเจียนยากให้ใช้เกลือแกง 3 ช้อนชา ผสมน้ำอุ่นจะทำให้อาเจียนได้ง่ายขึ้น แต่วิธีนี้ห้ามใช้กับเด็กที่มีอายุต่ำกว่า 5 ขวบ ห้ามล้างท้องโดยการสวนทวารหนักโดยเด็ดขาด ต้องให้แพทย์เป็นผู้วินิจฉัยเท่านั้น เพราะเป็นอันตรายต่อผู้ป่วยหากร่างกายขาดน้ำ ควรรีบนำผู้ป่วยส่งโรงพยาบาล เพื่อให้ได้รับการรักษาจากทางแพทย์อย่างทันท่วงที และควรส่งตัวอย่างอาหารที่สงสัยหรือตัวอย่างเห็ด เพื่อตรวจวิเคราะห์ทางห้องปฏิบัติการต่อไป


      นพ.พรเทพ ศิริวนารังสรรค์ อธิบดีกรมควบคุมโรค เปิดเผยว่า ข้อมูลสำนักระบาดวิทยา กรมควบคุมโรค ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2555 – 29 เมษายน 2555 พบผู้ป่วยจากการกินเห็ด 240 ราย จาก 43 จังหวัด ยังไม่มีผู้เสียชีวิต จังหวัดที่มีอัตราป่วยสูงสุด 3 อันดับ ได้แก่ จ.สระบุรี อัตราป่วย 4.08 ต่อประชากรแสนคน จ.ยโสธร 3.34 ต่อประชากรแสนคน และ จ.เชียงใหม่ 2.88 ต่อประชากรแสนคน ส่วนข้อมูลในปี 2554 พบผู้ป่วย 1,723 ราย จาก 61 จังหวัด เสียชีวิต 6 ราย และจากข้อมูลยังพบว่าเฉพาะเดือนพฤษภาคม มีผู้ป่วยถึง 404 ราย และมีผู้เสียชีวิตมากถึง 5 ราย
      นพ.พรเทพกล่าวว่า เห็ดที่มักนำมาบริโภคหรือจำหน่าย เป็นเห็ดไม่มีพิษ เช่น เห็ดโคน เห็ดจูน เห็ดเผาะ เห็ดหูหนู เห็ดตับเต่าบางชนิด และเห็ดลม ส่วนเห็ดพิษ เช่น เห็ดตับเต่าบางชนิด เห็ดระโงกหิน เห็ดไข่ห่านตีนต่ำ เห็ดสมองวัว เห็ดน้ำหมึก เห็ดหิ่งห้อย เห็ดเกล็ดดาว เป็นต้น ดังนั้นจึงต้องระมัดระวังเป็นพิเศษโดย
    1. ต้องมั่นใจจริงๆ ว่ารู้จักเห็ดชนิดนั้น
    2. เวลาเก็บเห็ดต้องเก็บให้ครบทุกส่วน
    3. เก็บเห็ดที่มีลักษณะรูปร่างสมบูรณ์เท่านั้น
    4. เวลาเก็บให้แยกชนิดเป็นชั้น โดยนำกระดาษรองในตะกร้า
    5. อย่าเก็บเห็ดภายหลังพายุฝนใหม่ๆ เพราะมีเห็ดบางชนิดที่สีบนหมวกอาจถูกชะล้างให้จางลงไป
    6. เก็บเห็ดมาแล้วควรปรุงอาหารทันที ไม่ควรเก็บไว้นาน
    7. ห้ามกินเห็ดดิบ โดยเด็ดขาด
    8. เห็ดที่ไม่เคยกินควรกินเพียงเล็กน้อยในครั้งแรก
    9. ไม่ควรเก็บเห็ดที่ขึ้นใกล้โรงงานสารเคมี

หากกินเห็ดพิษจะแสดงอาการภายใน 3 ชั่วโมง ขึ้นอยู่กับปริมาณที่กิน เช่น

    1. เห็ดลูกไก่ มีอาการคลื่นไส้และอาเจียนเมื่อกินร่วมกับแอลกอฮอล์
    2. เห็ดหมวกจีน มีอาการเหงื่อแตก คลื่นไส้ และปวดเกร็งในท้อง
    3. เห็ดเกร็ดขาว มีอาการประสาทหลอน เพ้อ คลุ้มคลั่ง ซึม ชัก และหมดสติ
    4. เห็ดขี้ควายและเห็ดโอสถลวงจิต มีอาการประสาทหลอน เพ้อ คลุ้มคลั่ง แต่ไม่มีอาการซึม
    5. เห็ดไข่ตายซาก เห็ดระโงกหิน เห็ดไข่เป็ด และเห็ดไข่ห่านตีนต่ำ จะมีอาการอ่อนแรง ปวดศีรษะและคลื่นไส้ เกิดขึ้นในเวลาเกิน 6 ชั่วโมง
อาการมักทุเลา 1-2 วันต่อมา ต่อมามีตับอักเสบ จนถึงตับอักเสบ จนถึงตับวายได้


สำหรับคำแนะนำ หากพบผู้ได้รับพิษจากการกินเห็ด เช่น คลื่นไส้ อาเจียน หน้ามืด ตาลาย ใจสั่น อ่อนเพลีย ปวดท้อง เวียนศีรษะ เบื้องต้นต้องทำให้อาเจียนโดยการล้วงคอหรือกรอกไข่ขาว แล้วรีบไปพบแพทย์ทันที  นพ.พรเทพกล่าว

สำหรับผู้อยากทราบข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับเห็ดพิษ หรือรายละเอียดอื่นๆ เพิ่มเติม โทร.0-2591-1707

ที่มา หนังสือพิมพ์มติชน : http://www.thaihealth.or.th