เจ้าแม่

หลุยส์ วิตตอง จับมือ “ยาโยอิ คุซามะ” อวดแฟชั่นสุดจี๊ด !!


หลุยส์ วิตตอง จับมือ “ยาโยอิ คุซามะ” คุณย่าสุดซ่าอวดแฟชั่นสุดจี๊ด

ในที่สุดแบรนด์ระดับแนวหน้าอย่างหลุยส์ วิตตองก็ยอมปล่อยของ อวดโฉมคอลเลกชันพิเศษที่เป็นการร่วมออกแบบกับศิลปินตัวแม่ชาวญี่ปุ่น วัย 83 ปี “ยาโยอิ คุซามะ” ต้องขอบอกว่าคอลเลกชันนี้เป็นหนึ่งในคอลเลกชันที่มีสีสันมากที่สุดของแบรนด์นี้เลยทีเดียว
       ไฮไลต์ของคอลเลกชันนี้ก็คือ ลายจุด และสีสันที่จี๊ดจ๊าดสะดุดตาเช่น สีเหลืองและสีแดง ที่จะมีอยู่บนทุกไอเท็มครบเซตทั้งเสื้อผ้า รองเท้าและกระเป๋า ทำให้ Louis Vuitton-Yayoi Kusama มีเอกลักษณ์เฉพาะอันโดดเด่น สมแล้วที่ “มาร์ค เจคอบส์” ครีเอทีฟไดเรกเตอร์มือทองของหลุยส์ วิตตอง ถึงกับเอ่ยปากว่า “พลังของเธอนั้นมันช่างล้นเหลือจริงๆ”


       การร่วมมือกับ ยาโยอิ คุซามะ แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของหลุยส์ วิตตอง ที่จะเดินหน้าขยายอาณาจักรต่อไป ล่าสุดได้มีการเปิดตัวร้านหลุยส์ วิตตองแห่งใหม่ที่สยามพารากอนเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา เปิดตัวควบคู่ไปกับคอลเลกชันซัมเมอร์ของแบรนด์ รวมไปถึงคอลเลกชันพิเศษของคุซามะด้วย

ส่วนหนึ่งของความคิดเห็นจากบุคคลผู้อ่านกระทู้

– ด้วยผลงานที่มีเอกลักษณ์และโดดเด่น ทำให้ชื่อ ญาโยย คูซามา ได้เป็นที่ยอมรับและรู้จักอย่างกว้างขวางในระดับนานาชาติ ผลงานที่เต็มเปี่ยมไปด้วยพลังที่ดึงดูดและให้ความรู้สึกเชิงจิตวิทยา สร้างสรรค์บนวัสดุต่างๆอย่างทรงพลัง ทำให้ไม่ยากเลยที่ผู้ชมผลงานของเธอจะได้สัมผัสถึงอารมณ์ ความรู้สึกที่เธอต้องการสื่อออกมา และจดจำผลงานที่มีเอกลักษณ์ของเธอได้
การใช้จุดและเส้นตาข่ายที่กระจายอย่างไม่สิ้นสุด และสีสันที่สะดุดตา สร้างความมหัศจรรย์อย่างไม่สิ้นสุด ให้กับผลงานของเธอ คูซาม่า ได้กล่าวถึงความหมายของวงกลม ที่เป็นสัญลักษณ์ในงานของเธอไว้ว่า จุด เป็นวงกลมที่มีรูปทรงเช่นเดียวกันกับ ดวงอาทิตย์ อันเป็นสัญลักษณ์แห่งพลังของโลก และการดำรงอยู่ของชีวิต และรูปทรงเหมือนดวงจันทร์ที่ให้ความสงบ ที่มีความกลม ความนุ่มนวล มีสีสัน ไร้ความรู้สึกและยากต่อการเข้าถึง รูปทรงนี้ ไม่สามารถอยู่ตามลำพังด้วยตัวของมันเองได้ เปรียบเสมือนชีวิต ที่ต้องมีการสื่อสารระหว่างผู้คน จำนวนของวงกลมที่เพิ่มจากหนึ่ง เป็นสอง เป็นสาม และเพิ่มขึ้นเป็นทวีคูณก่อเกิดการเคลื่อนไหว
ญาโยย คูซามา
คูซาม่า เกิดที่เมือง มะซึโมโต๊ะ จังหวัดนากาโน ในปี ค.ศ. 1929 เธอมีความใฝ่ฟันอยากเป็นจิตรกรตั้งแต่วัยเด็ก และเธอก็ได้เข้าเรียนที่โรงเรียนศิลปะและหัตถกรรมของเทศบาล กรุงโตเกียว ทั้งๆที่มารดาของเธอคัดค้านอย่างหนัก คูซาม่ามีอาการเจ็บป่วยทางจิตตั่งแต่เด็ก ส่วนหนึ่งที่เป็นสาเหตุอาการเจ็บป่วยทางจิตของเธอ มีผลมาจากปัญหาความขัดแย้งอย่างรุนแรงกับบิดามารดา ขณะเธออายุ 10 ขวบ เธอได้เขียนภาพของมารดามีจุดวงกลมกระจายเต็มใบหน้า เธออธิบายว่า จุดในภาพที่เธอเขียน เป็นการบ่งบอกถึงความปรารถนาในการลบล้าง และทำลาย
ภาพในความทรงจำที่ไม่เลือนหายของคูซามา คือการมองเห็นลวดลายของดอกไม้ที่กระจายอยู่ทุกหนทุกแห่ง และรอบๆ ตัวเธอ นอกจากนี้เธอยังมองเห็นรูปทรงกลมหรือจุดและลวดลายตาข่าย สื่อทั้งสองอย่างนี้ได้เริ่มปรากฏในงานศิลปะของคุซาม่า เป็นครั้งแรก ใมช่วงปี ค.ศ. 1952 และ 1953 หลังจากนั้น จุดและเส้นตาข่ายก็เข้ามาครอบครุมอยู่ในงานของเธออย่างไม่สิ้นสุด
ในปี ค.ศ. 1943 คูซาม่าได้ย้ายจากเมือง มะซึโมโตะ ไปยัง กรุงโตเกียว เธอตั้งใจสร้างสรรค์งานศิลปะอย่างมุ่งมั่น จนเธอได้มีโอกาสแสดงศิลปะกรรมเดี่ยวของเธอเป็นครั้งแรกที่ห้างสรรพสินค้า ชิโรกิย่า ในกรุงโตเกียว ในปี ค.ศ. 1954 เธอประสบความสำเร็จมากจากการแสดงศิลปะกรรมครั้งนี้ ทำให้ ในปี ค.ศ. 1955 คูซาม่าได้รับการเสนอชื่อให้เข้าร่วมในนิทรรศการภาพเขียนสีน้ำนานาชาติ ครั้งที่ 18 ณ พิพิธภัณฑ์บรู๊คลิน ในนิวยอร์ค นับเป็นครั้งแรกที่ศิลปินญี่ปุ่นได้รับเชิญให้เข้าร่วมแสดงด้วย
หลังจากนั้นในปี 1958 คุซาม่า ได้เดินทางย้ายถิ่นฐานไปที่ นิวยอร์ค คูซาม่า ประสบความสำเร็จและเป็นที่รู้จักอย่างมากในอเมริกาในช่วง ค.ศ. 1960 ในฐานะผู้บุกเบิกการใช้วัสดุสร้างสรรค์ศิลปะแนวใหม่ ประติมากรรมที่มีลักษณะอ่อนนุ่ม (Soft Sculpture) ของเธอ กลายเป็นสิ่งที่สร้างชื่อเสียงให้เธออย่างมากในแวดวงของศิลปะพ็อพ
หลังจากใช้ชีวิตใน นิวยอร์คเป็นเวลาหลายปี คูซาม่าได้เดินทางกลับญี่ปุ่นในปี ค.ศ. 1973
    
– เห็นหน้าตาป้า ยาโยอิ แล้วกลัวฝันร้ายเวลาใส่อ่ะ    

– ยอมรับว่าสวย แต่เราว่ามันหลุดกรอบออไปจากความเปผ้นวิตตองเลย น่าจะตั้งเป็นแบรนด์ให่ไปเลย นี่คือความแตกต่างระหว่างแบรนด์ตลาด(วิตตอง) กับแบรนด์คลาสสิกแท้แบบ ชแนล ที่ ยังไงก็ไม่เคยหลุดธีมดั้งเดิม

– ชอบบบบบบบบบบบบบบบบบบบบบบบบบบบบบบบบบ
    
– ฟักทองยักษ์ลายปลิงควาย

– อยากได้ อยากได้ ลายจุดนี่ลายโปรดเลย
    
– รูปที่สอง ผมนึกว่า ส.ศิวลักษณ์ เลิกแอ๊บ มาใส่วิกแดง เป็นอีดา ฮิปโปแคระ

ที่มา : ผู้จัดการ