2-3 เฉือนหวุดหวิด “เวลเบ็ค” ทำท่ามหัศจรรย์


เกมยูโรฯ คู่ดึกที่ต้องดีเลย์ตามแมตช์แรกของกลุ่มที่มีปัญหาสภาพอากาศ ทำให้เกมเลื่อนไปเกือบชั่วโมง แม้ว่าแมตช์ดึกจะล่าช้าไป 15 นาที แต่แฟนคลับของ ‘ผู้ดี’ อังกฤษและ ‘ขุนพลไวกิ้ง’ สวีเดนก็ยังเฝ้ารอชมอย่างใจจดใจจ่อไม่แพ้สายฝนที่โปรยปรายลงมาก่อนเกมเลย แมตช์ที่ดูเหมือนจะน่าเบื่อในตอนแรก กลับกลายเป็นเกมอันแสนเร้าใจหลังจากที่สองทีมตามมาเสมอกันอยู่ที่ 2-2 และธีโอ วัลคอตต์ กลายเป็นการเปลี่ยนตัวชั้นเยี่ยมของรอย ฮอดจ์สันที่ควรได้เครดิตไปเต็มๆ ตามสถิติแล้วคู่รักคู่แค้นระหว่างสวีเดนและอังกฤษนี้น่าสนใจมากทีเดียว สวีเดนพ่ายแพ้มาในนัดแรกทำให้นัดนี้ พวกเขาไม่เหลือทางเลือกมากมายนัก แต่คู่ต่อสู้ของพวกเขาก็ไม่ได้สถานการณ์ดีกว่ากันเท่าไหร่ เพราะเก็บได้เพียงแต้มเดียวในนัดแรก สวีเดนมีข่าวดีก่อนเกมเริ่มเมื่อซลาตัน อิบราฮิโมวิช กองหน้าตัวสำคัญของทีมพร้อมจะลงเล่นตั้งแต่ช่วงเริ่มเกม แม้จะพลาดการลงซ้อมกับทีมเมื่อวันพุธเนื่องจากอาการบาดเจ็บบริเวณต้นขาซ้าย ก็ตาม ในขณะที่ฮอดจ์สัน กุนซือตาปรือของอังกฤษยังคงเชื่อใจในแดนนี เวลเบ็คและแอชลีย์ ยังเช่นเดิม ดูจากภาษีตรงนี้ สวีเดนดีกว่านิดๆ เริ่มเกมมาได้ 10 นาทีแรก เป็นฝั่ง ‘ไวกิ้ง’ ที่ดาหน้าบุกใส่อังกฤษได้อย่างต่อเนื่องและหวือหวากว่า ซลาตัน อิบราฮิโมวิชเป็นคีย์แมนในการรุกคืบอย่างเห็นได้ชัด อังกฤษตั้งรับอย่างเดียว แต่จนแล้วจนรอด ในนาทีที่ 23 บอลอันแสนทรมานใจแฟนของอังกฤษก็สร้างเสียงเฮในสาวก ‘สิงโตคำราม’ ได้แบบงงๆ ลูกเปิดของสตีเฟ่น เจอร์ราดจากเกือบๆ ข้างสนามโยนเข้ามากลางประตู และกองหน้าจากลิเวอร์พูลก็เหมือนจะรู้ใจกัปตัน ใช้ความสูงเทคตัวขึ้นขวิดบอลได้แบบสง่างาม บอลเปลี่ยนทางเข้าโกลสร้างจุดเปลี่ยนบนสกอร์บอร์ดได้แล้วในที่สุด อังกฤษขึ้นนำ 0-1 หลังจากนั้นกลายเป็นสวีเดนบุกแบบไวกิ้งแตกรัง และเป็นโจ ฮาร์ทที่ยังคงยับยั้งการโจมตีของเหล่าขุนพลเสื้อเหลืองได้จนจบครึ่งแรก อังกฤษยิ้มออกนิดๆ ด้วยสกอร์นี้ เกมครึ่งหลังเหมือนหนังคนละม้วน ฟุตบอลระดับ 5 ดาวอย่างแท้จริงของยูโรฯ ครั้งนี้อีกหนึ่งคู่เริ่มต้นที่นาที 46 และหลังจากเขี่ยไปได้เพียง 3 นาที สวีเดนที่บู๊อย่างตั้งใจมาตลอดก็ได้ผล ลูกกดดันของสวีเดนทำให้เกล็น จอห์นสันทำเข้าประตูตัวเองจนได้ สวีเดนไล่มา 1-1 ทำกองเชียร์น้ำตารื้นด้วยความดีใจ หลังจากนั้นไม่นาน นาทีที่ 59 ทีมเสื้อเหลืองก็ได้เฮกันสุดเสียงอีกครั้ง โอลอฟ เมลเบิร์ก ที่มีส่วนกับลูกแรกของทีมผลิตสกอร์อีกครั้งอย่างสวยงาม ด้วยลูกแอสซิสต์จากเซบาสเตียน ลาร์สสัน สวีเดนพลิกนำ 2-1 แฟนผู้ดีน้ำตารื้นด้วยความช็อคแทนบ้างแล้วทีนี้ รอย ฮอดจ์สันแก้เกมด้วยการส่งธีโอ วัลคอตต์ ลงมาแทนเจมส์ มิลเนอร์เพื่อผลักดันเกมรุกในนาทีที่ 61 และสัมผัสแรกของวัลคอตต์ ก็สร้างประตูพร้อมเสียงเฮสะท้านทรวงได้ทันที เมื่อบอลที่ลอยจากลูกเตะมุมของอังกฤษถูกสกัดในจังหวะแรก บอลเด้งมาเข้าทางวัลคอตต์ในแถวสอง เจ้าตัวแต่งหนึ่งจังหวะก่อนยิงบอลด้วยหลังเท้าเต็มข้อ บอลส่ายแหวกอากาศหนีทั้งกองหลังและนายทวารสวีเดนเข้าไปแบบเหลือเชื่อ อังกฤษเสมอแล้ว 2-2 ปีกจากอาร์เซนอลยังอันตรายต่อไป นาทีที่ 78 เจ้าหนูธีโอก็ลากเลื้อยไปสุดเส้นก่อนเปิดเรียดกึ่งยิงเข้ามาหน้ากรอบประตู และเป็นแดนนี เวลเบ็คที่วิ่งถลำเข้ามารับบอล ก่อนทำประตูได้ด้วยท่ามหัศจรรย์ ตอกส้นเข้าไปชนิดค้านสายตาแฟนสวีเดนสุดขีด ผู้ดีนำอีกครั้งเป็น 2-3 ท่ามกลางคนเชียร์กว่าครึ่งโลก บอลสวีเดนบุกแบบเลือดเข้าตา การประสานงานแบบลนๆ ทำให้โอกาสที่มีอยู่ค่อนข้างน้อยนิดอยู่แล้ว ยิ่งพลาดบ่อยครั้งเข้าไปอีก ก่อนที่อังกฤษจะยันจบเกมด้วยสกอร์นี้ในที่สุด เก็บ 3 แต้มตามฝรั่งเศสได้สำเร็จ และถีบสวีเดนตกรอบตามสาธารณรัฐไอร์แลนด์ไปโดยปริยาย ในขณะที่อังกฤษขอเพียงแค่เสมอยูเครนในนัดสุดท้ายก็จะเข้ารอบแน่นอน แฟนไวกิ้งดราม่ากันอีกคืน ส่วนรอย ฮอดจ์สัน ยิ้มแก้มเหี่ยว