ค่าย ป.ประมุขฟ้อง 100 ล้าน บัวขาว


กกท.จะเชิญคู่กรณีมาไกล่เกลี่ย2พ.ค.เตรียมปฏิรูปพ.ร.บ. ค่าย ป.ประมุข ยื่นศาลแพ่งฟ้อง “บัวขาว” กับพวกรวม 5 คนเรียกค่าเสียหาย 100 ล้านบาท ฐานละเมิดสัญญา ขณะที่การกีฬาแห่งประเทศไทยเตรียมสั่งถอนใบอนุญาตจัดมวยไทยไฟต์ 6 เดือน หลัง “จ่าทุย”พ.อ.อ.อัทธ์พงศ์ อ่ำอนันต์ โปรโมเตอร์ศึกไทยไฟต์ ยอมรับผิด เผยหวั่นถูกสปอนเซอร์ฟ้องหาก “ดำดอทคอม” ไม่ขึ้นชก ทำให้ต้องเลือกทางเดินที่ผิดน้อยที่สุด ส่วน กกท.เตรียมเชิญค่าย ป.ประมุข และบัวขาว มาให้ข้อมูล 2 พ.ค.นี้ เพื่อหาทางไกล่เกลี่ย พร้อมกับจะเชิญค่ายมวยและนักมวยมาระดมสมองเพื่อปฏิรูป พ.ร.บ.ใหม่ให้ทันสมัย และไม่ให้เกิดเหตุการณ์อย่างนี้ขึ้นอีก เมื่อวันที่ 26 เม.ย. ที่ศาลแพ่ง นายวิวรรธน์ แสงสุริยะฉัตร ทนายความรับมอบอำนาจจากนายธีระพัฒน์ โรจนตัณท์ ผู้จัดการค่าย ป.ประมุขเดินทางไปยื่นฟ้อง บริษัทสปอร์ตอาร์ต นายนพพร วาทิน ผู้จัดการชกมวยศึกไทยไฟต์ นายวิษณุ อ่ำอนันต์ โปรโมเตอร์ ว่าที่ ร.ท.ธีรวัฒน์ ยิ้วยิ้ม ผู้จัดการบัวขาว ป.ประมุข นักมวยไทยชื่อดัง และการกีฬาแห่งประเทศไทย ร่วมเป็นจำเลยที่ 1-5 คน ในความผิดเรื่องละเมิดสัญญา เรียกค่าเสียหาย 100 ล้านบาท พร้อมดอกเบี้ย ร้อยละ 7.5 ต่อปี กรณีฝ่าฝืน พ.ร.บ.กีฬามวยฯ ขึ้นชกในศึกไทยไฟต์ ที่แหลมบาลีฮาย พัทยา จ.ชลบุรี เมื่อวันที่ 17 เม.ย.55 ที่ผ่านมา ทั้งที่ทางค่าย ป.ประมุข ต้นสังกัดไม่อนุญาต พร้อมขอให้ศาลมีคำสั่งคุ้มครองชั่วคราว ห้ามบัวขาวขึ้นชกเวทีอื่น รวมถึงการออกงานโชว์ตัว เมื่อบัวขาวมีสัญญาผูกพันกับทางค่าย ป.ประมุข และห้าม ว่าที่ ร.ท.ธีรวัฒน์ ซึ่งอ้างตัวเป็นผู้จัดการของบัวขาว ไปหาประโยชน์จากการอ้างเป็นผู้จัดการด้วย โดยศาลรับคำฟ้องไว้เป็นคดีหมายเลขดำ 1639/2555 เพื่อนัดพร้อมคู่ความในวันที่ 16 ก.ค.55 เวลา 09.00 น. ทั้งนี้นายวิวรรธน์กล่าวว่า ค่ายมีพยานหลักฐานความผิดชัดเจนว่าบัวขาวกระทำผิดจริง วันชกไทยไฟต์ ได้มีการประกาศบนเวทียอมรับว่าการขึ้นชกดังกล่าวเป็นความผิดจริง สำหรับค่าเสียหาย 100 ล้าน คิดคำนวณจากค่าเสียหายที่ค่ายมวยขาดประโยชน์ 26 ล้านบาท ค่าขาดประโยชน์จากการถ่ายทดสดกว่า 170 ประเทศ 68 ล้านบาท และค่าเสียหายอื่นๆ โดยสัปดาห์หน้าจะแจ้งความร้องทุกข์กับ สน.หัวหมาก ให้ดำเนินคดีกับบุคคลที่เกี่ยวข้อง ในสำนักคณะกรรมการมวยสังกัด กกท.ฐานปฏิบัติหน้าที่มิชอบด้วย ที่กระทำผิด พ.ร.บ.กีฬามวยฯ เนื่องจากอยู่ในเหตุการณ์ที่บัวขาวขึ้นชกไทยไฟต์ แต่กลับไม่ดำเนินการใดๆ
ส่วนในวันเดียวกันที่อาคารรัฐสภา นางนฤมล ศิริวัฒน์ ประธานคณะกรรมาธิการการกีฬา วุฒิสภา และประธานคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่าง พ.ร.บ.สารต้องห้าม เป็นประธานการประชุมคณะกรรมาธิการการกีฬา วุฒิสภา เพื่อพิจารณาปัญหาความขัดแย้งระหว่างค่าย ป.ระมุข กับ “บัวขาว ป.ประมุข” ที่ขึ้นชกรายการไทยไฟต์ เมื่อวันที่ 17 เม.ย.ที่ผ่านมา โดยมีนายสกล วรรณพงษ์ รองผู้ว่าการฝ่ายกีฬาอาชีพและสิทธิประโยชน์ กกท, “จ่าทุย” พ.อ.อ.อัทธ์พงศ์ อ่ำอนันต์ โปรโมเตอร์ผู้จัด และนายนพรัตน์ พุทธรัตนมณี ผู้จัดการฝ่ายผลิตรายการบริษัทสปอร์ตอาร์ต เข้าชี้แจง แต่นายธีระพัฒน์ไม่ได้เดินทางมาร่วมชี้แจงในการประชุม โดยนายสกล กล่าวว่า ติดตามเรื่องนี้มาโดยตลอด ซึ่งในวันที่ 30 เม.ย.จะเชิญบัวขาว กับ ฝ่ายจัดไทยไฟต์ มาชี้แจงพร้อมกับแจ้งข้อกระทำผิด พ.ร.บ.มวย และในวันที่ 2 พ.ค. เชิญค่าย ป.ประมุข และบัวขาวมาให้ข้อมูล ทั้งนี้ขั้นตอนแรกเราคงใช้มาตรการไกล่เกลี่ยให้ทุกฝ่ายยอมความกันก่อน
ส่วน “จ่าทุย” พ.อ.อ.อัทธ์พงศ์ แสดงหลักฐานสัญญาระหว่างบ.สปอร์ตอาร์ต และบัวขาว โดยมีนายธีระพัฒน์ลงนามเป็นพยานในสัญญาฉบับดังกล่าว และชี้แจงว่า ตามที่ทางค่าย ป.ประมุข ได้ยื่นหนังสือคัดค้านไม่ให้บัวขาวขึ้นชกศึกไทยไฟต์ และอ้างว่าไม่ได้รับการยินยอมจากทางค่ายนั้นไม่เป็นความจริง เพราะทาง บ.สปอร์ตอาร์ต ได้ทำสัญญากับทางบัวขาว ตั้งแต่วันที่ 31 ต.ค.2553 แล้ว โดยมีนายธีระพัฒน์ลงนามเป็นพยาน ส่วนกรณีที่ตนฝ่าฝืน พ.ร.บ.กีฬามวย นั้น ตนพร้อมที่จะรับผิด และยอมรับโทษพักใบอนุญาตตามที่ทางกฎหมายกำหนด เพราะถ้าหากว่าไม่สามารถนำบัวขาวขึ้นชกได้ตามที่ได้ตกลงกับทางผู้จัดไว้ ก็อาจจะโดนสปอนเซอร์ที่สนับสนุนงานฟ้องร้องได้
เอามาจากข่าวไทยรัฐ